วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.เว็ปมาสเตอร์(WEB MASTER)
             
อาชีพยอดฮิตในสายไอทีด้านเทคนิคจะมีอะไรไปมากกว่า System Engineer, System Analysis, Programmer และ Web Master ซึ่งคนที่ทำอาชีพด้านนี้แน่นอนว่าต้องเรียนจบมาทางด้าน Computer Science หรือ Computer Engineer เป็นหลัก คนที่เรียนมาทางด้านสายอื่นอย่าได้ย่างกรายเข้าไปเป็นดีที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาทำอาชีพนี้ไม่ได้ เพราะถ้าหากคุณเป็นพวกที่มีประสบการณ์โชกโชน เรียนรู้มาสารพัดเทคนิควิธีและสามารถคิดแบบ 0 กับ 1 ได้ อย่างที่พวก วิศวกร และคนคอมพิวเตอร์ชอบคิดกัน ดังนั้นจบมาด้านไหนก็ไม่มีปัญหา

 ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ

1. ควบคุมระบบเว็บไซต์

2. เขียนบทความต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์

3. พัฒนาเว็บไซต์

4. แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์

 5. วิเคราะห์และเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ 



2.อาชีพ graphic design

กราฟิกดีไซน์ (อังกฤษ: Graphic design) คือการออกแบบรูปภาพสัญลักษณ์ที่มองเห็นด้วยตา (เป็นทัศนศิลป์อย่างหนึ่ง) และมีหน้าที่สื่อความหมายจากสัญลักษณ์สู่ความหมาย คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่ากราฟิกดีไซน์เป็นงานที่ทำด้วยคอมพิวเตอร์หรือเป็นการสร้างแอนิเมชันสามมิติ ซึ่งในความเป็นจริง คอมพิวเตอร์เป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ช่วยในการสร้างงานกราฟิกดีไซน์ได้ เช่นเดียวกับ ดินสอ ปากกา พู่กัน

ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ

- งานออกแบบเว็บไซต์ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักให้การออกแบบ
- งานออกแบบการ์ตูนอาจจะเป็นกราฟฟิคการ์ตูนจากคอมพิวเตอร์ หรือจากระดาษใช้ดินสอวาด
- งานออกแบบเสื้อผ้า ส่วนใหญ่จะใช้ดินสอให้การวาด
- งานออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็ใช้ได้ทั้งดินสอหรือคอมพิวเตอร์


3.โปรเเกรมเมอร์(Programmer)

ลักษณะการทำงานของนักโปรแกรมเมอร์โปรแกรมเมอร์ จะทำหน้าที่ นำข้อมูลการออกแบบรายละเอียดการวางโครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์ จากนักวิเคราะห์ระบบงาน มาเขียนเป็นโปรแกรมต่าง ๆ ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมจะแตกต่างกันไปตามลักษณะเครื่องของระบบฐานข้อมูล ทดสอบระบบและส่งให้นักวิเคราะห์ระบบทำการตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหากจุดบกพร่องและแก้ไขก่อนนำไปใช้จริงโปรแกรมเมอร์ยังต้องทำหน้าที่ รับรายละเอียดของความต้องการของผู้ใช้ระบบ (User) จากนักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) จัดทำแผนภูมิ (Flowchart) ขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด และถูกต้องตามหลักวิชา เพื่อประโยชน์ในการเขียนโปรแกรมสำหรับการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์แผนภูมิหรือแผนผังสายงาน แต่เพียงบางส่วนหรือทั้งหมด


คุณสมบัติที่จำเป็นในการเป็นโปรแกรมเมอร์
• มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเข้ารับศึกษาได้ในสถานบันการศึกษาที่เรียนทำการสอนหรือ
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางด้านคอมพิวเตอร์

• มีทักษะในการการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์

• มีความคิดสร้างสรรค์สามารถประยุกต์และดัดแปลงความรู้ความสามารถทางด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี












วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คลิปวิดีโอความรู้เรื่องเอดส์

ข้อมูลเกี่ยวกับโรคเอดส์

เอดส์ คืออะไร 
เอดส์ หรือ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome) เป็นกลุ่มอาการของโรค ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส์ ซึ่งจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือกขาว ซึ่งเป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ติดเชื้อโรคอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการจะรุนแรง และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต


โรคเอดส์ (AIDS) คืออะไร 
โรคเอดส์ หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Acquired Immune Deficiency Syndrome - AIDS) เป็นกลุ่มอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเพราะร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดน้อยลง จึงทำให้ติดเชื้อโรคฉวยโอกาสแทรกซ้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น เช่น วัณโรคในปอด หรือต่อมน้ำเหลือง เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา โรคผิวหนังบางชนิด หรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตมักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เหล่านี้ ทำให้อาการจะรุนแรง และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว 
ปัจจุบันโรคเอดส์มีการตรวจพบทั่วโลก และประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตเนื่องจากโรคเอดส์ อย่างน้อย 25 ล้านคน ตั้งแต่ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) นับเป็นโรคที่มีอันตรายสูงโรคหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ ในปี พ.ศ. 2548 ประมาณการว่ามีผู้ติดโรคเอดส์ประมาณ 3.1 ล้านคน(ระหว่าง 2.8 - 3.6 ล้าน) ซึ่ง 570,000 คนของผู้ป่วยโรคเอดส์เป็นเด็ก (UNAIDS, 2005)


Link: http://www.thaiall.com/aids/

เชื้อ Human Immunodeficiency Virus(hiv) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะแบ่งตัวอย่างมาก และมีการเกิดโรคที่อวัยวะต่างๆ เช่นสมอง หัวใจ ไตและที่สำคัญคือจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันนี้จะทำหน้าี่ที สร้างถูมิ เพื่อต่อต้านการติดเชื้อและมะเร็งบางชนิด ในการสร้างภูมิจะต้องอาศัยเซลล์หลายชนิดที่สำคัญได้แก่เซลล์ CD4+ lymphocytes ซึ่งเป็นเซลล์ที่เชื้อ HIV ชอบ เมื่อเซลล์ CD4+ lymphocytes ถูกทำลายโดยเชื้อมากจะทำให้ภูมิของร่างกายอ่อนแอ ดังนั้นปัญหาที่สำคัญ ของคนติดเชื้อ HIV คือปัญหาของโรคที่เกิดจาดภูมิที่อ่อนแอลงเช่นโรคติดเชื้อฉวยโอกาส opportunistic infections เช่น โรคปอดบวม และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และมะเร็งบางชนิด ปัจจุบันพบเชื้อ HIV มี2 ชนิดคือ

          - HIV-1 เป็นชนิดที่แพร่ระบาดทั่วโลก 
          - HIV-2 พบที่แถบประเทศ Africa 
          - HIV-1มี sub-types หลายชนิด 

         HIV disease คือผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อHIV และยังไม่เกิดอาการจากเชื้อฉวยโอกาสและมีจำนวนเซลล์ CD4+ lymphocytes มากกว่า 200 cells/mm3(ปกติมากกว่า 100 cell/mm)โดยทั่วไปไม่มีอาการเป็นเวลา 5-10 ปีแม้ว่าจะไม่มีอาการเชื้อก็แบ่งตัวและทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและเมื่อภูมิถูกทำลายมากจนกระทั่งเกิดโรคที่เกิดจากภูมิบกพร่อง

          Acquired Immunodeficiency Syndrome หรือโรคเอดส์ คือผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ HIV และโรคได้ลุกลามจนภูมิคุ้นกันบกพร่อง และอาจจะทำให้เกิดโรคฉวยโอกาสและมะเร็ง ตามองค์การควบคุมโรคติดเชื้อของอเมริกาหมายถึง

          - โรคติดเชื้อบางชนิดเช่น Pneumocystis carinii pneumonia (PCP), and cryptococcal meningitis 
          - มะเร็งบางชนิดเช่น cervical cancer, Kaposi’s sarcoma, และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ระบบประสาท( central nervous system lymphoma ) 
          - CD4+ count น้อยกว่า 200 cells/mm3(ค่าปกติ 600-1000) หรือ 14 percent of lymphocytes 


AIDS ทำลายร่างกายอย่างไร

ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสและมะเร็ง 

          - สมองถูกทำลายทำให้สมองเสื่อมและความจำเสื่อม 
          - ทำให้หัวใจวายมีอาการเหนื่อยง่าย เท้าและท้องบวม
          - ทำให้ไตวาย 
          - ไม่สามารถทำงานประจำวันได้เช่น การขับรถ 
          - มีการเปลี่ยนแปลงทางน้ำหนักและท้องร่วงเรื้อรัง


 การติดเชื้อ HIV
          1.ทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะไม่ได้ใส่ถุงยางคุมกำเนิดเมื่อร่วมเพศกับกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ(ติดยาเสพติด รักร่วมเพศ
ไม่ทราบสถานะของคู่ขา ) ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศระหว่างชายหญิงหรือทางทวารหนัก หรือทางปาก หรือการใช้อุปกรณืทางเพศร่วมกันโดยไม่ได้ทำความสะอาด เช่นถุงยางคุมกำเนิด การที่มีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์เช่นหนองใน แผลริมอ่อน หรือการใช้ยาฆ่า sperm จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์

          2.การใช้เข็มร่วมกันสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดท่านควรจะใช้เข็มครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ควรใช้ร่วม กับคนอื่นโดยเฉพาะใช้ร่วมกันหลายคนและยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อตับอักเสบ บี

          3.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ถูกเข็มตำ อัตราการติดเชื้อพบได้ 3/1000 ราย

          4.ติดต่อโดยการให้เลือดที่มีเชื้อโรค ซึ่งปัจจุบันการตรวจเลือดและการคัดกรองการบริจาคทำให้ปัญหานี้ลดลง

          5.การติดต่อจากแม่ไปลูก เด็กประมาณ1/4-1/3ของผู้หญิงที่ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษาจะติดเชื้อ HIV แต่ถ้าหากแม่ได้รับการรักษาโอกาสติดเชื้อจะลดลงโดยเฉพาะหากผ่าตัดทางหน้าท้อง

  การป้องกันการติดเชื้อ HIV
           การติดเชื้อ HIV เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลาย เช่นการฉีดยาเสพติดเข้าเส้น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หากเราปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเหล่านี้จะสามารถลดการเกิดอัตราติดเชื้อเหมือนที่ประเทศไทยประสบผลสำเร็จในการให้ใช้ถุงยาง 100 % เนื่องจากยังไม่มีการรักษาหรือวัคซีนที่ป้องกันโรคดังนั้นทุกคนจะต้องเรียนรู้วิธีป้องกันโรค
           การป้องกันการติดเชื้อ HIV จากเพศสัมพันธ์

การติดเชื้อ HIV จะสามารถติดต่อทางเยื่อเมือก (mucous membranes)เช่น ปลายอวัยวะเพศชาย ปาก ทวารหนัก ช่องคลอด หากเยื่อเมือกเหล่านี้ได้รับเชื้อ HIV จาก น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นของทั้งหญิงและชาย เลือด ทำให้เกิดการติดเชื้อได้

           วิธีป้องกันที่ได้ผลมากที่สุดแต่ทำยากที่สุดคือการไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น 

           ป้องกันตัวเองทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางที่ทำจากยาง latex condom หรือ dental dam หากแพ้ยาง latex ให้ใช้ชนิด polyurethane condoms นอกจากการเลือกใช้ชนิดของถุงยางแล้ว ต้องเรียนรู้วิธีใช้ที่ถูกต้อง ห้ามใช้สารหล่อลื่นที่เป็นไขมันเพราะจะทำให้ถุงยางรั่ว 

          
 กิจกรรมอะไรที่เสี่ยงและไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV

           - การช่วยตัวเอง การกอดรัดเล้าโลม การจูบ พวกนี้มีโอกาสการติดเชื้อต่ำ 
           - การมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางทวารและช่องคลอดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง 
           - การมีเพศสัมพันธ์ทางปากก็มีความเสี่ยง ดังนั้นต้องใส่ถุงยางป้องกัน 
           - การป้องกันการติดเชื้อสำหรับผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น

             เชื้อ HIV สามารถติดต่อผ่านทางเข็มฉีดยาที่ใช้ร่วมกัน ดังนั้นวิธีป้องกันการติดเชื้อทำได้ดังนี้

           - หยุดยาเสพติดและเข้ารับการบำบัดเพื่อหยุดยาเสพติด 
           - หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ให้ใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง 
           - สำหรับผู้ที่ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เข็มร่วมกัน ก็ให้ล้างเข็มให้สะอาดด้วยน้ำโดยการฉีดล้างกระบอกฉีดยา 

              และแช่เข็มในน้ำยาฆ่าเชื้อ 1 นาที


          การป้องกันการติดเชื้อ HIV ในคนท้อง

          เด็กที่คลอดจากแม่ที่มีเชื้อ HIV สามารถรับเชื้อจากแม่ขณะตั้งครรภ์ และการคลอด ปัจจุบันหากทราบว่าคนท้องมีเชื้อ HIV สามารถให้ยา AZT ซึ่งสามารถลดอัตราการติดเชื้อลง
          การป้องกันการติดเชื้อ HIV หลังสัมผัสโรคทางการแพทย์มีประสบการณ์เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ HIV หลังสัมผัสโรคโดยศึกษา ในเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขที่ถูกเข็มตำ พบว่าหากให้ AZT หลังถูกเข็มตำจะสามารถลดอุบัติการณ์ลงได้ร้อยละ 80 จากความรู้นี้สามารถ นำมาใช้กับการสัมผัสโรคHIVโดยทางเพศสัมพันธ์ ก็น่าจะให้ยาป้องกันได้ การป้องกันดีที่สุดคือไม่มีเพศสัมพันธ์ การใส่ถุงยาง การมีเพศ สัมพันธ์แบบ safer sexual practices หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยง สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกันไม่ว่าทางทวารหรือทางปกติ oral sex กับผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือกลุ่มเสี่ยง เช่นผู้ที่ติดยาเสพติด รักร่วมเพศ ควรจะได้รับยาป้องกันภายใน 3 วันหลังสัมผัส และหากท่าน ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ HIV และไปร่วมเพศกับคนที่ไม่ได้ติดเชื้อท่านต้องแจ้งให้คู่ขาทราบภายใน 72 ชั่วโมงเพื่อที่คู่ขาจะได้รับยาป้องกัน การติดเชื้อ HIVS


Link: http://www.chetupon.ac.th/


วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของITในด้านบวกเเละด้านลบ

ผลกระทบITด้านบวกเเละด้านลบ
วันที่ 30 พ.ค. 2555 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1167/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร อายุ 44 ปี ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท เป็นจำเลยในความผิดฐาน กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และ 15
โดยคดีนี้ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 31 มี.ค.53 ระบุความผิดจำเลย สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย.-3 พ.ย.51 ต่อเนื่องกัน จำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแล (Web master) เว็บไซต์ประชาไท ได้จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการโพสต์ข้อมูลที่มีเนื้อหาเป็นการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร จำนวน 10 กระทู้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ในความควบคุมของจำเลย เหตุเกิดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงจอมพล เขตจตุจักร, แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และทั่วราชอาณาจักรไทย เกี่ยวพันกัน จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลยนำสืบแล้ว จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) และ 15 ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 30,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
ผลกระทบ:เป็นผลกระทบด้านลบเพราะเป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ของชาติไทยเเละเว็ปดังกล่าวได้ให้ความสนับสนุนในเรื่องนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย
การป้องกัน:ควรเเจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทำการตรวจสอบเเละลงโทษกับบุคคลพวกนี้เพื่อไม่ให้คนอื่นดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ของเราได้

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET

Website :http://www.tewfree.com


ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อ
วิชาภาษาอังกฤษ

1. Situation: A secretary is talking to a caller. 
 Caller: This is Jim Smith. Can I speak to Mr. Johnson, please? 
 Secretary: __A__ 
 Caller: __B__ 
 Secretary: I’ll tell him as soon as I see him. 
 A. 1. Pardon me. I don’t know him. 
      2. Can you talk to him now? 
      3. I’m afraid he’s just gone out. 
      4. Sorry. He doesn’t want to speak to you. 
 B. 1. Could I hold on? 
      2. Can you call me later? 
      3. Can you ask him to return my call? 
      4. Could I return his call later?

2. Situation: Sunisa, a Thai student, just got off the plane at Heathrow Airport in London
 and is asking an official on duty for help. 
 
 Sunisa: Excuse me, __A__ the Thai Embassy? 
 Official: __B__ 
 Sunisa: Thank you very much. 
 A. 1. could you tell me how to get to 
      2. would you kindly take me to 
      3. did this coach normally stop at 
      4. do you know when this bus stops at 
 
 B. 1. Our taxi drivers are very helpful and polite. 
      2. It won’t take long to get there. 
      3. You can buy a ticket on the bus. 
     
 4. That coach will take you there.

3. Situation: Praters is trying to talk Tom into going to a football match with him. 
Tom: My favorite football team from England is playing against the Thai 
 National team this Sunday. I really want to go, but __A__ 
 Praters: Oh, come on. Go with me. __B__ 
 
A. 1. I’m sure I’ll enjoy it. 
      2. it’s too late for me to go. 
      3. all the tickets are sold out. 
      4. my assignment is due on Monday. 
 
 B. 1. Don’t you like football? 
      2. You shouldn't hand in the work late. 
      3. There won’t be another match like this. 
      4. We shouldn't pay anything extra for tickets. 

4. Situation: Miss Jones, an American tourist, is telling her friend, Tommy, about her 
 problem. 
 Miss Jones: Tommy, my bag was stolen, and __A__ 
 Tommy: __B__ Do you know when it happened? 
 Miss Jones: I just realized it a moment ago. 

 A. 1. I lost my passport and all my money. 
      2. I should have brought my bag with me. 
      3. I wonder where I can find my belongings. 
      4. I don’t remember where I kept my passport. 
 B. 1. What’s the matter? 
      2. How shameful! 
      3. How unfortunate! 
     4. That’s your problem. 

5. Situation: Ploy is a tour guide from TT Tour waiting to meet a customer at the airport. 
Ploy: You are Mr. Richards, aren’t you? I’m Ploy from TT Tour. 
 __A__ 
Mr. Richards: __B__ Have you been waiting long? 

A. 1. Here is my friend. 
     2. Have a nice trip. 
     3. Welcome to Bangkok. 
    4. Please follow the way. 
 B. 1. Thank you. 
     2. With pleasure. 
     3. Sure, I will. 
     4. That’s fine. 

6. Situation: Dave and Pete are talking about their plans for tonight. 
Pete: Tonight I’m going to study for our English test. __A__ 
Dave: No, thanks. __B__ 
 
A. 1. What would you like to do now? 
     2. Will you come to the library with me? 
     3. When will you study for it? 
     4. Is it important for us to study? 
 B. 1. I’m going to the movies tonight. 
     2. I haven’t decided yet. 
     3. I don’t want anything tonight.
     
4. I’ll follow you. 
 

7. Situation: USA is a new Thai student at a college in America. Mary, her roommate, is 
 telling her about the college library. 
 Mary: During final exam week, __A__ 
 USA: __B__ In Thailand, most university libraries are open only until 
8.00 p.m. 
 
A. 1. I like to study in the library after class. 
      2. the main library is open 24 hours a day. 
      3. you must show your ID card when you take a book. 
     4. the library has a lot of science journals. 
 B. 1. How could they? 
     2. Dear me! 
    3. Of course! 
    4. How convenient! 

8. Situation: Paul is telling Weena about his problem. 
 Paul: __A__ Someone must have entered my office. 
 Weena: __B__ But have you checked with your secretary? 
 
A. 1. I wish you could find all my papers in time. 
     2. These reports haven’t been completed. 
     3. My belongings are well kept in the cabinet. 
     4. All the important documents are missing from my folder. 
 B. 1. That’s it. 
     2. How boring! 
     3. Don’t mention it. 
     4
. I’m sorry to hear that

9. Situation: A student wants to see his instructor, Mr. Benson.
Student: Excuse me, Mr. Benson. __A__ 
Mr. Benson: __B__ Oh, yes. I won’t be doing anything then. 

A. 1. Don’t you have any free time at all? 
     2. What time will you be free ? 
     3. I wonder if you would be available at two this afternoon. 
    4. Would you mind if I came to see you when you are available? 
 B. 1. Please do. 
      2. Let me see. 
     3. Please take a look. 
     4. I have plenty of time. 

10. Situation: Mr. Hill is returning Supa’s writing assignment to her. He has given her 
 an A for it. 
 Mr. Hill: Supa, here is your writing assignment. __A__ 
 Supa: __B__ 
 Mr. Hill: You deserve it. 

 A. 1. Try to keep up with your work. 
      2. Did anybody help you do it? 
      3. You have to spend a lot more time on this. 
      4. You’ve really done a very good job! 
 B. 1. Are you sure you like it? 
      2. That’s very kind of you. 
      3. It is a difficult assignment. 
      4. I don’t believe you!

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงงาน เรื่อง Brook Side Valley



                                                  http://brooksiderayong.blogspot.com/



ประโยชน์ของการทำโครงงาน
1.เป็นการเเนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง
2.ได้เรียนรู้การจัดเรียงรูปเเบบโครงงาน
3.เป็นสถานที่เหมาะเเก่การพักผ่อนเป็นเเบบครอบครัวหรือเพื่อน
4.เป็นการสร้างความสามัคคีในการทำงานเป็นกลุ่ม